|
ทุกวันที่ 14 กันยายน ของทุกปี ในปฏิทินพิธีกรรมของชาวคริสต์คาทอลิก ฉลองวันเทิดทูนไม้กางเขน
(The Exaltation of the Cross หรือ Triumph of the Cross)
ประวัติความเป็นมา รำลึกถึงเหตุการณ์ในศตวรรษที่ 4 เมื่อนักบุญเฮเลนา (พระมารดาของจักรพรรดิคอน
สแตนตินมหาราช) เสด็จไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และได้ค้นพบไม้กางเขนแท้ของพระคริสต์
มีการสร้างและทำพิธีเสกมหาวิหารพระคูหาศักดิ์สิทธิ์ (Church of the Holy Sepulchre) ณ กรุงเยรูซาเล็ม
เมื่อวันที่ 13-14 กันยายน ค.ศ. 335 และนำไม้กางเขนแท้ออกมาให้สัตบุรุษได้แสดงความเคารพเทิดทูน
ต่อมารำลึกถึงเหตุการณ์ที่จักรพรรดิเฮราคลิอุส จักรวรรดิไบแซนไทน์ ได้กอบกู้ไม้กางเขนแท้กลับคืนมาจา
กชาวเปอร์เซียในศตวรรษที่ 7 ค.ศ. 629-630
ความหมายของไม้กางเขน ไม้กางเขน เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ ซึ่งเปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือประหารชีวิตในยุคโรมัน มาเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะและความรอด
 ความรักและการเสียสละ สะท้อนถึงความรักของพระเจ้า ที่ทรงยอมสละพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียว
ให้มารับโทษแทนมนุษย์ เพื่อไถ่บาปและคืนดีระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า
ชัยชนะเหนือบาปและความตาย การสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสต์ ทำให้ไม้ก
างเขนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะเหนือความตาย ฝ่ายวิญญาณ และอำนาจของความชั่วร้าย
ธรรมเนียม การมีไม้กางเขนในวัด บ้าน โรงเรียน การสวมใส่ติดตัว เพื่อเป็นเครื่องเตือนถึงความเชื่อ การคุ้มครอง และการแสดงตัวตน ในพระคริสต์
-ในวัด มีไม้กางเขนเหนือหรือบนพระแท่น เพื่อเตือนใจว่าพิธีบูชาขอบพระคุณเชื่อมโยงกับบูชาบนเขากัลวารีโอ
-ยอดอาคารหรือหอระฆัง
เพื่อประกาศว่าสถานที่นี้อุทิศแด่พระเจ้า นำทางฝ่ายจิตวิญญาณ
-การแห่ ใช้กางเขนนำหน้าขบวนในพิธีกรรม สื่อถึงการมีพระคริสต์ทรงนำทางประชากรของพระองค์
-ในบ้าน
มีกางเขนเหนือประตูบ้าน บริเวณทางเข้า เพื่อขอพระพรและการปกป้องคุ้มครอง เป็นสัญลักษณ์เตือนใจให้สมาชิกในบ้านดำเนินชีวิตด้วยความรัก การเสียสละ และการให้อภัยตามแบบอย่างพระคริสต์
-ในสถานศึกษา และโรงพยาบาล
เพื่อย้ำเตือนพันธกิจด้านการศึกษา ที่ต้องควบคู่คุณธรรม และคำสอนของพระเยซู โรงพยาบาล เพื่อมอบความหวัง สันติสุข และปลอบประโลมใจแก่ผู้ป่วย และครอบครัวในยามเผชิญความทุกข์ยาก
-สร้อยคอหรือสายประคำ เป็นการประกาศความเชื่อ เตือนใจตน และเป็น สิ่งคล้ายศีล เครื่องหมายนำพระพรและการปกป้องจากพระเจ้า รู้สึกถึงการประทับอยู่ของพระองค์
|