เราต้องมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งทางการเมือง มิใช่เป็นสิทธิฐานะพลเมืองเท่านั้น แต่ป็นข้อกำหนดด้านศีลธรรมอีกด้วย พลเมืองต้องรับผิดชอบในการออกเสียงเลือกตั้ง เป็นวิธีสำคัญเพื่อแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เพื่อผลประโยชน์ส่วนร่วม

1.หน้าที่มีส่วนร่วม
ตามคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก (ccc 2240) พลเมืองมีหน้าที่ทำดีเพื่อสังคม รวมความรับผิดชอบ 3 ประการ คือ  จ่ายภาษี (รม 13:7)  ป้องกันประเทศ  และ ใช้สิทธิเลือกตั้ง

พระศาสนจักรเห็นคุณค่าการปกครองประเทศระบอบประชาธิปไตย เป็นพิเศษ เพราะยอมให้พลเมืองมีส่วนร่วมในการเลือกด้านการเมือง เพื่อจะได้ผู้นำที่โปร่งใส และมีการใช้อำนาจให้เกิดสันติสุข

2.หลักในการเลือกตั้งผู้แทน
คำสอนด้านสังคมของคาทอลิก (Catholic Social Teaching) ให้กรอบในการพิจารณาผู้สมัคร ด้วยมโนธรรมที่ดี 4 ข้อ คือ
- ศักดิ์ศรีมนุษย์มนุษย์ ทุกคนมีคุณค่าตั้งแต่การปฏิสนธิจนถึงการสิ้นชีวิตแบบธรรมชาติ
- ผลประโยชน์ส่วนรวม   สภาพแวดล้อมสังคมที่ยอมให้ประชาชนบรรลุถึงความสมบูรณ์
- การอุดหนุนช่วยเหลือ (Subsidiarity) การตัดสินใจควรให้ระดับท้องถิ่นมีส่วนร่วมมากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้(สนับสนุนครอบครัวและชุมชน)
- ความเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัน (Solidarity)การอุทิศตนเพื่อความอยู่ดีกินดีของผู้อื่น เป็นพิเศษคนยากจน และผู้เปราะบาง

3.พลเมืองซื่อสัตย์ และเลือกด้านศีลธรรม
ในการอบรมมโนธรรมของพลเมือง พระศาสนจักรควรมีข้อแนะนำ ในกรณียุ่งยากซับซ้อน ในสถานที่ที่ไม่มีผู้สมัครที่มีคุณค่าแบบคริสตชน เช่น
• หลีกเลี่ยงกิจการที่เลวร้ายจริง ๆ เช่น ผู้สมัครที่สนับสนุนนโยบาย การทำแท้ง การุณยฆาต หรือ การเหยียดผิว เพราะไม่ตรงกับคำสอนเรื่องความรักพระเจ้าและเพื่อนบ้าน
• ประเด็นปัญหาที่ “เลวน้อยกว่า”
• งดออกเสียง ในบางกรณี ถ้าไม่มีผู้สมัครที่เรายอมรับได้ด้านศีลธรรม

4.บทบาทฆราวาส สมณะและนักบวชที่มีหน้าที่สอนหลักศีลธรรม และความยุติธรรม โดยทั่วไป ห้ามชี้แนะผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ

ฆราวาส มีหน้าที่เปลี่ยนแปลง พัฒนาสังคม โดยอาศัยการแปลหลักเกณฑ์ศีลธรรมเหล่านี้ เป็นกิจการและนโยบายที่เป็นรูปธรรม

โป๊ปฟรังซิส เคยกล่าวว่า “การเมือง... เป็นรูปแบบหนึ่งที่สูงสุดของความรักเมตตา เพราะเหตุว่า การเมืองต้องทำให้เกิดผลประโยชน์ส่วนรวม”

นักบุญเปาโลเตือนเราให้อธิษฐานภาวนาและขอบพระคุณ เพื่อกษัตริย์ และทุกคนที่มีอำนาจปกครอง เพื่อ “เราจะได้มีชีวิตที่สงบสุขราบรื่น เป็นชีวิตที่มีเกียรติด้วยความเคารพเลื่อมใสต่อพระเจ้า” (1 ทธ 2:2)