สอง-สามปีมาแล้ว  พ่อแม่คู่หนึ่งได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงบรรดาผู้ปกครอง และนักเรียนในระดับมัธยมปลายในเมืองแห่งหนึ่ง
“เยาวชนชาย-หญิง  และผู้ปกครองที่รัก

เราได้มีพิธีปลงศพลูกชายเมื่อวันพฤหัสฯ  เขาเข้านอนวันอังคารและใช้ปืนจ่อขมับฆ่าตัวตาย  ไมค์เป็นคนฉลาด  หล่อ  ขี้อาย  และเป็นคนดีที่โรงเรียน  มีเพื่อนๆ โทรศัพท์หาเขา มาเยี่ยมเขาที่บ้านบ่อยๆ รายงานของตำรวจแสดงผลว่าเขาไม่ติดยาเสพติด

ไมค์มีเพื่อนมาก  อย่างไรก็ดี แต่ละคนก็มีความคิดของตนเอง คืนวันอาทิตย์ไมค์ดื่มเหล้าจนเมา  เราจึงตักเตือนยาว และเป็นครั้งแรกที่เราตระหนักว่าที่เราคิดเกี่ยวกับชีวิตของไมค์มิได้เป็นเช่นนั้น  เขามีความทุกข์มาก เขารู้สึกว่าเพื่อนๆ ไม่แคร์เขา ทั้งๆ ที่เรารู้ว่าเพื่อนๆ ดีต่อเขา

เราเชื่อว่าพวกเธอทุกคนสามารถช่วยพระเจ้าทำให้โลกนี้ เป็นสถานที่มีความสุขน่าอยู่กว่า  เยาวชนอายุระหว่าง 20-35  บางแห่งก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นคงพอที่จะบอกเพื่อนว่า  “ฉันรักเธอ” หรือ “ฉันดีใจที่เธอเป็นเพื่อน”  ขอให้เธอกล้า  เพราะวัยของเธอไม่กล้าพูด  แต่กรุณาบอกเพื่อนๆ ของเธอว่า  เขาเป็นเพื่อนและเธอสนใจเขา

สำคัญมากเพราะคนหนึ่งอาจรู้สึกโดดเดี่ยวมาก  ทั้งๆ ที่แวดล้อมด้วยผู้คนมากมาย บางคนในโรงเรียนไม่มีเพื่อนสักคน  ไม่เคยมีเสียงโทรศัพท์ และไม่มีเพื่อนมาหา โปรดเป็นเพื่อนกับเขา เขาโดดเดียวจริงๆ หากไมค์ได้รู้สึกหมดหวังเมื่อเขามีเพื่อน  ลองคิดดูอีกหลายคนต้องรู้สึกเศร้าและโดดเดี่ยวแค่ไหน

พระเจ้าทรงให้เราแต่ละคนเกิดมาในโลก เพื่อทำดีและนำความยินดี  โปรดช่วยทำให้การจากไปของไมค์  นำความรักและความยินดีมาสู่สังคมด้วยวิธีที่จับต้องได้

การเติบโตเป็นงานหนักและเธอแต่ละคนต้องออกแรง  พ่อแม่และครอบครัวคอยให้กำลังใจ  แต่เพื่อนก็สำคัญมากๆ
โปรด... ให้หัวใจของเธอ และบอกเพื่อนๆ ว่า  เธอรักพวกเขา”
รักทุกคน
จดหมายฉบับนี้เซ็นชื่อโดยพ่อแม่ของไมค์
พ่อแม่ของไมค์ใช้ความรักและความกล้าอย่างมาก เพื่อเขียนจดหมายนี้  จดหมายฉบับนี้คงมีความหมายดีสำหรับเยาวชน และบรรดาผู้ปกครองควรอ่าน  ผมคิดว่าเหมาะสมดีกับวันนี้  เพราะชายขอทานตาบอดในพระวรสาร  (มก 10: 46-52) อาจอายุใกล้ๆ กับไมค์

ชายขอทานตาบอดพยายามไปหาพระเยซูเจ้า แต่แทนที่บุคคลรอบข้างจะช่วยกลับตรงข้าม “โอรสของกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด” หลายคนดุเขาให้เงียบ  พระเยซูเจ้าทรงได้ยินเสียงประชาชนดุชายขอทานตาบอด พระองค์ตรัสให้ไปเรียกเขา ประชาชนจึงเปลี่ยนท่าที  กลับพาคนตาบอดมาหาพระองค์

ให้เราถามตนเองว่า  ยังมีคนตาบอดขอทานมากไหมในสังคมปัจจุบัน
มีคนตาบอดขอทานพยายามมาหาพระเยซูเจ้าไหม
ผู้คนปฏิบัติต่อคนขอทานตาบอดเหมือนในพระวรสารไหม
บางครั้งเราเองก็อาจทำให้คนขอทานตาบอดท้อใจบ้างไหม
ใครคือคนขอทานตาบอดในชีวิตของเรา
เราจะช่วยเขาไปหาพระเยซูเจ้าได้อย่างไร
พระเจ้าทรงสร้างเรามาให้ทำดี  และนำความสุขมาให้
ข้าแต่พระเจ้า  โปรดให้ข้าพเจ้าเป็นเครื่องมือแห่งสันติภาพ
ที่ใดมีความเกลียดชังให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความรัก
ที่ใดมีความเจ็บแค้นให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำการอภัย
ที่ใดมีความสงสัยให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำความเชื่อ

พระสังฆราช วีระ อาภรณ์รัตน์  แปล
จาก  Sunday  Homilies ปี B เล่ม 2 โดย Mark Link SJ., หน้า 836-840.

Home

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกคริสตศาสนธรรม
อาคารเลขที่ 122/11 ซ.นนทรี 14 (ซ.นาคสุวรรณ)  ถ.นนทรี  ยานนาวา  กรุงเทพฯ 10120