ฉลอง 60 ปี Nostra Aetate “ก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยความหวัง” วันที่ 28-29 ตุลาคม 2025 ณ นครรัฐวาติกัน

โอกาสครบรอบ 60 ปี คำาแถลงของสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ชื่อ Nostra Aetate แปลว่า ในสมัยของเรา เกี่ยวกับความสัมพันธ์แห่งพระศาสนจักร กับบรรดาศาสนาที่มิใช่คริสตศาสนาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1965พระคาร์ดินัลจอร์จ เจคอบ คูวาคัดสมณมนตรีแห่งสมณสภาเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา จึงเชิญผู้นำศาสนาต่างๆ ไปร่วมงานครบ 60 ปี ของ Nostra Aetate วันที่ 28-29 ตุลาคม ค.ศ. 2025 ที่นครรัฐวาติกัน

จากประเทศไทย มีคุณพ่อสมเกียรติ บุญอนันตบุตร เลขาธิการ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์และคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการ สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย  คุณพ่ออนุชา ไชยเดช ผู้อำานวยการ สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย คุณพ่อดาเนียล มัซซา  รองอธิการเจ้าคณะปีเม ประจำาอิตาลี คุณพ่อภูรวัติ ศีราอริย ผู้อำานวยการ แผนกอภิบาลคนหูหนวก คุณพ่อรังสิพล เปลี่ยนพันธุ์ ดร.สมศักดิ์ และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ฯพณฯ เปาโล
ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย และภรรยา

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร พระภิกษุ 30 รูป และคณะผู้ติดตาม 35 คน สถาบันพระปกเกล้า 16 คน ยุวทูตสันติภาพ 9 คน  เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม และคณะ 10 คน รวมคนไทยประมาณ 100 คน วันอังคารที่ 28  ตุลาคม ค.ศ. 2025 ณ หอประชุมเปาโลที่ 6 เวลา
18.30-20.30 น. และวันพุธที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2025 ณ จัตุรัสนักบุญเปโตร เวลา 09.00-11.00 น.

บทแบ่งปันของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 วันอังคารที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 2025 60 ปี Nostra Aetate : ในสมัยของเรา เวลา 18.30-20.30 น. ณ หอประชุมเปาโลที่ 6 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ตรัสว่า “วันนี้ การปรากฏตัวของท่านทั้งหลายเป็นประจักษ์
พยานว่าเมล็ดพันธุ์นี้ได้เติบโตเป็นต้นไม้ที่ทรงพลัง ซึ่งกิ่งก้านของมันแผ่ขยายไปไกลและกว้างขวาง มอบที่พักพิงและให้ผลอันอุดมสมบูรณ์ของความเข้าใจ มิตรภาพ ความร่วมมือ และสันติสุข”

การเสวนาในฐานะวิถีชีวิต
สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสว่า Nostra Aetate “ได้เปิดตาของเราให้เห็นถึงหลักการที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง นั่นคือ การเสวนาไม่ใช่ยุทธวิธี หรือเครื่องมือ แต่เป็นวิถีชีวิตเป็นการเดินทางของจิตใจที่เปลี่ยนแปลงทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ฟังและผู้พูด”

อ้างถึงชื่อการฉลองครบรอบ คือ “ก้าวเดินไปด้วยกัน ด้วยความหวัง” สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ตรัสว่า “เราดำาเนินในหนทางนี้” โดยไม่ประนีประนอมความเชื่อของเรา แต่โดยการยึดมั่นในความเชื่อมั่นของเรา การเสวนาที่แท้จริง พระองค์ตรัสอีกว่า “ไม่ได้เริ่มต้นที่การประนีประนอม แต่เริ่มต้นที่ความเชื่อมั่นในรากเหง้าอันลึกซึ้งของความเชื่อของเราเอง ซึ่งให้พละกำาลังแก่เราที่จะเอื้อมไปหาผู้อื่นด้วยความรัก”
พระองค์ตรัสว่า “เรามาถึงจุดที่เราอยู่ทุกวันนี้ได้ด้วยความกล้าหาญ หยาดเหงื่อ และการเสียสละของพวกเขา”

Nostra Aetate : ยังคงมีความหมายอย่างยิ่งในปัจจุบัน
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ทรงยืนยันว่า สาส์นของ Nostra Aetate ยังคง “มีความหมายอย่างยิ่งในปัจจุบัน” โดยทรงย้ำาถึงบทเรียนจากสภาสังคายนาฯ ที่ว่า มนุษยชาติกำลังรวมกันเป็นหนึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ มนุษย์ทุกคนอยู่ในครอบครัวมนุษย์เดียวกันที่มีต้นกำาเนิดเดียวและเป้าหมายเดียว ศาสนาทั้งหมดพยายามตอบสนองต่อ “ความไม่สงบของจิตใจมนุษย์” และพระศาสนจักรคาทอลิก “ไม่ได้ปฏิเสธสิ่งใดที่เป็นจริง
และศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาเหล่านี้”

“เราไม่สามารถเรียกขานพระเจ้า พระบิดาของทุกคนได้อย่างแท้จริง หากเราปฏิเสธที่จะปฏิบัติต่อทุกคนที่ถูกสร้างตามภาพลักษณ์ของพระเจ้าอย่างฉันพี่น้อง”

หน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์
ในช่วงท้ายของพระดำารัส สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเตือนบรรดาผู้นำาศาสนาว่าพวกเรา “มีหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกัน : คือการช่วยให้ประชากรของเราหลุดพ้นจากพันธนาการของอคติ ความโกรธ และความเกลียดชัง ; ช่วยให้พวกเขายกระดับตนเองเหนือความเห็นแก่ตัวและการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ; ช่วยให้พวกเขาเอาชนะความโลภที่ทำาลายทั้งจิตวิญญาณมนุษย์และแผ่นดินโลก”

“ด้วยวิธีนี้ เราสามารถนำาประชากรของเราให้กลายเป็นประกาศกแห่งยุคสมัยของเรา เป็นเสียงที่ประณามความรุนแรงและความอยุติธรรมรักษาความแตกแยก และประกาศสันติสุขแก่พี่น้องชายหญิงของเราทุกคน”
พระองค์ทรงย้ำาเตือนพวกเขาถึง “ภารกิจอันยิ่งใหญ่” ที่ได้รับมอบหมาย “คือการปลุกเร้าสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชายและหญิงทุกคน”

นำความหวังมาสู่มนุษยชาติ
“เพื่อนๆ ทั้งหลาย นี่คือเหตุผลที่เรามาชุมนุมกัน ณ ที่แห่งนี้” พระองค์ตรัส “โดยแบกรับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ในฐานะผู้นำาศาสนา ที่จะนำความหวังมาสู่มนุษยชาติที่มักจะถูกล่อลวงให้สิ้นหวัง”

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ทรงจบท้ายพระดำรัสด้วยพระดำรัสของนักบุญยอห์นปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา ซึ่งตรัสที่เมืองอัสซีซี ในปี ค.ศ. 1986 ว่า “หากโลกจะดำาเนินต่อไป ชายและหญิงจะอยู่รอดในโลกนี้ได้ โลกก็ไม่อาจขาดการอธิษฐานไปได้”

ดังนั้น พระองค์จึงทรงเชิญชวนทุกคนให้หยุดนิ่งพร้อมกันในการภาวนาเงียบๆ ด้วยบทวิงวอนว่า “ขอให้สันติสุขลงมาเหนือเราและเติมเต็มจิตใจของเรา”

พระศาสนจักรไม่ยอมให้มีการต่อต้านชาวยิว
เมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2025 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ทรงประณามการต่อต้านชาวยิวอย่างรุนแรงในระหว่างการเข้าเฝ้าทั่วไป ณ จัตุรัสนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน เนื่องในโอกาสครบ 60 ปี เอกสารสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพระศาสนจักรกับศาสนาอื่นๆ ชื่อ “ในสมัยของเรา” (Nostra Aetate)

ทรงเน้นย้ำาว่า นับตั้งแต่มีการเผยแพร่แถลงการณ์ชื่อในสมัยของเรา “บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทุกคนได้ประณามการต่อต้านชาวยิวด้วยถ้อยคำาที่ชัดเจน ดังนั้น ข้าพเจ้าขอยืนยันด้วยว่า พระศาสนจักรไม่ทนต่อการต่อต้านชาวยิวและต่อสู้กับการต่อต้านชาวยิว บนพื้นฐานของพระวรสาร”

พระสันตะปาปาทรงแสดงความขอบคุณสำหรับความสำเร็จในการเจรจาระหว่างชาวยิวคาทอลิกในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ทรงรับทราบถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นระหว่างทาง “เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า มีความเข้าใจผิด ความยากลำาบาก และความขัดแย้งเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เคยขัดขวางไม่ให้การเจรจาดำาเนินต่อไป”

“แม้แต่ทุกวันนี้เราต้องไม่ยอมให้สถานการณ์ทางการเมืองและความอยุติธรรมของบางคนมาเบี่ยงเบนเราจากมิตรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราประสบความสำเร็จมามากจนถึงตอนนี้”60 ปี Nostra Aetate : ทุกศาสนาร่วมกันเพื่อบรรเทาทุกข์ของมนุษยชาติ

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 พร้อมด้วยรับบีชาวยิว อิหม่ามมุสลิม พระภิกษุ และผู้นำศาสนาอื่นๆ ที่มาร่วมงานทั่วไป พระองค์ทรงเรียกร้องให้พวกเขาร่วมมือกันเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานของมนุษย์ ดูแลโลก และฟื้นฟูความหวัง

“โลกของเราต้องการความเป็นหนึ่งเดียวกัน มิตรภาพ และความร่วมมือของเรามากกว่าที่เคย ศาสนาของเราแต่ละศาสนาสามารถมีส่วนร่วมในการบรรเทาความทุกข์ทรมานของมนุษย์และการดูแลบ้านส่วนรวมของเรา ซึ่งก็คือดาวเคราะห์โลกของเรา”

ขอให้ผู้นำาศาสนาทำางานร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ “เรายังต้องเผชิญกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ เพราะหากเป็นทางเลือกแทนมนุษย์ ปัญญาประดิษฐ์สามารถทำาลายศักดิ์ศรี อันไม่มีที่สิ้นสุดของพวกเขาอย่างร้ายแรง และทำให้ความรับผิดชอบพื้นฐานของพวกเขาเป็นกลาง”

ร่วมกันส่งเสริมสันติภาพและฟื้นฟูความหวังศาสนาสามารถมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพและฟื้นฟูความหวังให้กับโลก“ความหวังนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นทางศาสนาของเรา และความเชื่อมั่นที่ว่าโลกใหม่เป็นไปได้”

“เมื่อ 60 ปีที่แล้วคำาแถลงชื่อในสมัยของเรา(Nostra Aetate) ได้นำาความหวังมาสู่โลก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันเราถูกเรียกร้องให้จุดประกายความหวังนั้นในโลกของเราอีกครั้งซึ่งถูกทำาลายล้างด้วยสงครามและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เสื่อมโทรมของเรา”

ในตอนท้าย สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ทรงนำาผู้มารวมตัวกันอธิษฐานภาวนาอย่างเงียบ ๆ“การอธิษฐานภาวนามีพลังในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ความคิด คำาพูด และการกระทำาของเรา”

พ่อมีโอกาสไปร่วมงานนี้ทั้ง 2 วัน หลังพิธีวันอังคาร สมเด็จพระสันตะปาปาทรงทักทายบรรดาผู้นำาศาสนาที่อยู่แถวหน้าทุกคน

หลังพิธีวันพุธ พระองค์ทรงให้บิชอปทุกองค์(90 องค์) เข้าไปหาพระองค์แล้วจึงเดินไปทักทายผู้นำศาสนา และแขกผู้ติดตาม ทำให้เห็นความสำคัญของงานศาสนสัมพันธ์ในบ้านเรามากขึ้น เพื่อส่งเสริมความเข้าใจ มิตรภาพ การร่วมมือในการแสวงหาสัจธรรม ความยุติธรรมและสันติภาพ

ขอขอบคุณ คุณพ่อดาเนียล มัซซา ที่สละเวลามาต้อนรับและแปลภาษาแด่คณะพระภิกษุครั้งนี้

                                                                                                                           ฟ. วีระ อาภรณ์รัตน์ ผู้รายงานข่าว