หนังสือชุดนี้แบบฝึกปฏิบัติการนี้แบ่งออกเป็น 12 บทเรียน สำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อตระหนักถึงสภาพความยุติธรรม (JUSTICE) และสันติสุข (PEACE) ในโลกขณะที่ศึกษาและไตร่ตรองตามหัวข้อเหล่านี้เราไม่สามารถขจัดข้อขัดแย้ง หรือกำจัดความ อยุติธรรมให้หมดไป แต่ข้อมูลและกิจกรรมที่บรรจุอยู่ในหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้วัยรุ่นได้เข้าใจตัวเอง ผู้อื่น  พระเจ้า และโลกรอบตัวเขา

ในการอบรม 6 ครั้งแรกจะมุ่งเน้นองค์ประกอบหลัก 4 อย่างเกี่ยวกับความยุติธรรม :

1. ปัจจัยการดำเนินชีวิตที่พอเพียง
แต่ละคนมีสิทธิในปัจจัยสี่ คือ อาหาร  ที่อยู่อาศัย  เครื่องนุ่งห่ม  และยารักษาโรค เพื่อการยังชีพตามอัตภาพและเพื่อวิถีที่ได้รับปัจจัยเหล่านี้โดยมีโอกาสการศึกษาและการจ้างงานที่เท่าเทียมกัน

2. ศักดิ์ศรี หรือ การเห็นคุณค่า
แต่ละคนได้รับการสร้างขึ้นมาในภาพลักษณ์ และคล้ายคลึงกันของพระเจ้า  เพราะฉะนั้นจึงมีสิทธิ์ที่จะได้รับการยอมรับ  ความมั่นใจ  และถือว่าเป็นปัจเจกบุคคลที่กอปรด้วยศักดิ์ศรี

3. การมีส่วนร่วม
มนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะช่วยกำหนดอนาคตของพวกเขา โดยมีส่วนร่วมในมิติด้านการเมือง  เศรษฐกิจ  และวัฒนธรรมที่จะช่วยในการกำหนดวิธีดำรงชีวิตของพวกเขา

4. ความเป็นปึกแผ่น
แต่ละคนรับผิดชอบที่จะให้ความเคารพ  ส่งเสริมและปกป้องสิทธิของตนเองเช่นเดียวกับสิทธิของผู้อื่น ซึ่งหมายถึง การทำงานร่วมกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความอยุติธรรม  เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมอันซึ่งทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องตกเป็นเหยื่อ

และในการอบรม 6 ครั้งสุดท้ายของหนังสือจะเน้นถึงสันติสุข การคืนดีกันและการให้อภัย  สิ่งเหล่านี้มีพื้นฐานอยู่บนการดำเนินชีวิตให้ผสานกลมเกลียวกับตนเอง ผู้อื่น  สิ่งสร้าง และกับพระเจ้า

ในแต่ละช่วงจะแบ่งออกเป็นส่วนๆ ซึ่งเชื่อมโยงประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนเข้ากับสภาพของสันติสุขและความยุติธรรมในโลก  โดยอาศัยความสว่างแห่งพระคัมภีร์ นักเรียนจะสามารถเจริญวัยเข้าใจถึงสันติสุขและความยุติธรรม โดยอาศัยกิจกรรมหลากหลาย  การไตร่ตรองประจำวันจะช่วยให้ผู้เข้าอบรมบูรณาการข้อมูลที่มีอยู่กับความรู้สึกและประสบการณ์ของพวกเขาเอง การไตร่ตรองประจำวันจึงควรเก็บเป็นความลับเสมอ

การอบรมแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามในบางช่วงอาจใช้เวลานานกว่านั้น  หากมีโครงการอื่นเสริมเข้ามา

บันทึกสำหรับวิทยากร

หนังสือชุดนี้ประกอบด้วยบทเรียน 12 บท (12 ช่วง) กับใบงานอีก 36 บทเรียนนั้นค่อนข้างยืดหยุ่น และสามารถดัดแปลงได้ตามความต้องการของชั้นเรียน แต่ละบทจะประกอบไปด้วย วัตถุประสงค์เฉพาะ บันทึกของวิทยากร กระบวนการตามขั้นตอนสำหรับใช้ในชั้นเรียน และกิจกรรมเสริม คำตอบในใบงานจะมีหลากหลายโดยไม่ต้องชี้แนะแต่ประการใด

การค้นคว้า
วิทยากรให้ผู้เข้าอบรมค้นคว้าในบางครั้ง โดยอาจเลือกสื่อที่น่าสนใจจากห้องสมุดมาให้นักเรียนในชั้นเรียน หรือให้ผู้เข้าอบรมไปใช้ห้องสมุดของโรงเรียน การใช้วิธีการทั้งสองนี้  วิทยากรควรวางแผนและจัดเตรียมการล่วงหน้า

กิจกรรม
ควรทำกิจกรรมต่างๆ ให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด  แต่ก็มีบางกิจกรรมที่สามารถทำเป็นการบ้านได้
กิจกรรมหลากหลายนั้นประกอบไปด้วย  การทายปัญหา การค้นคว้า การแบ่งกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ในกลุ่มย่อย การแสดงบทบาทสมมติ  การสัมภาษณ์และอื่นๆ ในกลุ่มใหญ่หากิจกรรมที่ท้าทายสำหรับผู้เข้าอบรมและวิทยากรเอง

การมอบหมายงาน
กิจกรรมเสริมที่อยู่ตอนท้ายของแต่ละบท สามารถนำมาใช้แทนแบบฝึกหัดได้ และสามารถนำมาใช้เพื่อเสริมในแต่ละหัวข้อ  ในการมอบหมายงานให้ผู้เข้ารับการอบรม ครูผู้สอนต้องหมั่นติดตามและตรวจสอบอยู่เสมอ

พระคัมภีร์
ผู้เข้ารับการอบรมควรใช้พระคัมภีร์  โดยขอแนะนำให้ใช้พระวรสารทั้งสี่ หรือพระคัมภีร์ฉบับคาทอลิกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

สภาวะแวดล้อม
เราหวังว่าในการสอนเรื่องสันติสุขและความยุติธรรม และโดยการเน้นถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าของแต่ละคนจะบังเกิดผลตลอดชีพในการยอมรับ สันติสุข และการใช้สรรพสิ่งสร้างของโลกอย่างระมัดระวัง  ดังนั้น ควรสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ

บันทึกรายวัน
การไตร่ตรองประจำวันเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการตอบสนองที่ช่วยในการทบทวนชีวิตทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ควรเก็บการทบทวนชีวิตประจำวันเป็นความลับ

สื่อที่ใช้ในการอบรม
ควรใช้ภาพยนตร์และวีดีโอที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กับเรื่องราวที่กำลังสอนในแต่ละบทเรียนมาประกอบการเรียนได้  ภายใต้ดุลพินิจของวิทยากร

ภาพยนตร์และวีดีโอแต่ละเรื่องควรมีเรื่องย่อซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการอธิบายหัวข้อ  ควรใช้โสตทัศนูปกรณ์ทั้งหมดอย่างเฉพาะเจาะจง  เรื่องใดมีความยาวเกินกว่า 15 นาที อาจจะตัดเสนอเฉพาะในบางส่วนของเนื้อหา และหลังจากจบตอนแล้วควรให้มีการเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทันที

ท่านสามารถปรึกษากับผู้ดูแลสมุดหรือแผนกสื่อการสอนของสังฆมณฑลของท่าน ในการเลือกหาสื่อที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามการใช้สื่อในการสอน  จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผน  และเตรียมตารางเวลาไว้ล่วงหน้า

 

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์ หรือวีดีทัศน์ที่แนะนำสำหรับใช้ประกอบบทเรียนในแต่ละช่วง

การอบรมครั้งที่หนึ่ง เนื้อหา
วีดีทัศน์เรื่อง พู่กันปลายเท้า โดยสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยและสังฆมณฑลอุดรธานี ความยาว 21 นาที

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มผู้เกิดมาโดยปราศจากแขน ศิลปินผู้พากเพียรเรียนรู้ด้วยตนเอง ชื่อ ล อนสัน  โหล่คำ  เป็นชีวิตที่ไม่เคยยอมแพ้และไม่เคยสิ้นหวัง ชายคนนี้ได้วาดภาพชีวิตของเขาผ่านพู่กันกับปลายเท้า

การอบรมครั้งที่สอง   เนื้อหา
วีดีทัศน์รายการโทรทัศน์ “แสงธรรม” (ตอนที่ 12 : 12 มิ.ย. 37) : สารคดีสิ่งแวดล้อมโลก โดยสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย, ความยาว 30 นาที

เป็นสารคดีเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งสร้างของพระเป็นเจ้า  และมนุษย์เป็นศูนย์กลางและสูงค่าที่สุดในธรรมชาติที่พระเป็นเจ้าทรงสร้างมา

วีดีทัศน์ สารคดีรักษ์สิ่งแวดล้อม : ตอนระบบนิเวศ , ความยาว 20 นาที  เป็นสารคดีเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม  การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเพียงพอซึ่งเป็นผลดีในอนาคต

การอบรมครั้งที่สาม เนื้อหา
วีดีทัศน์รายการโทรทัศน์ “แสงธรรม (ตอนที่ 9 : 25 เม.ย. 42 และตอนที่ 10 : 9 พ.ค. 42) : สารคดีเรื